ผู้เขียน หัวข้อ: คำพิพากษาศาลภาษี :ค่าที่ปรึกษากฎหมายที่จ่ายเท่ากันทุกเดือนเป็นเงินได้ตามมาตรา 40(2) หรือ (6)  (อ่าน 6456 ครั้ง)

วิไล วัชรชัยสิริกุล

  • Administrator
  • Newbie
  • *****
  • กระทู้: 49
    • ดูรายละเอียด
    • นักบัญชีดอทคอม ,Facebook
คำพิพากษาศาลภาษี ค่าที่ปรึกษากฎหมายที่จ่ายเท่ากันทุกเดือนเป็นเงินได้ตามมาตรา 40(2) หรือ (6)

จากข่าวนักบัญชีดอทคอม Nukbunchee Newsletter ฉบับวันที่ 2 ตุลาคม 2555

ข้อเท็จจริง
โจทก์เป็นผู้เชี่ยวชาญกฎหมาย เคยเป็นอดีตผู้พิพากษาศาลฎีกาและคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) ในปี 2551 โจทก์ได้รับเชิญจากบริษัท สำนักงานกฎหมาย ฟาร์อีสท์ (ประเทศไทย) จำกัด ให้เป็นที่ปรึกษากฎหมายในการดำเนินคดีที่เกี่ยวกับลูกความของบริษัท ลักษณะงานเป็นการให้คำปรึกษากฎหมายและแนวทางการต่อสู้คดี เป็นการให้คำปรึกษาเป็นครั้งคราว เวลาทำงานที่แน่นอนไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับประเด็นที่จำเป็นจะต้องปรึกษา  โจทก์ผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการค้นหาข้อมูล ค่าใช้จ่ายเดินทาง และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ทั้งหมด ส่วนค่าตอบแทนนั้นบริษัทฯ จ่ายให้ในอัตราเหมา
เดือนละ 30,000 บาท แต่ไม่เกิน 1,000,000 บาท ภายใน 3 ปี โจทก์นำเงินไปยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด. 90) สำหรับปีภาษี 2551 โดยแสดงรายการเป็นเงินได้จากวิชาชีพอิสระตามมาตรา 40 (6) แห่งประมวลรัษฎากร หักค่าใช้จ่ายเป็นการเหมาร้อยละ 30 ต่อมากรมสรรพากรจำเลยตรวจหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย เป็นเงินเดือนละ 30,000 บาท เท่ากันทุกเดือน หักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ร้อยละ 3 เจ้าพนักงานประเมินเห็นว่าเงินได้ของโจทก์เป็นค่าจ้างแบบเหมาจ่ายรวมกันเป็นประจำทุกเดือน โดยมิได้มุ่งความสำเร็จของงานและไม่คำนึงถึงความยากง่าย จึงเข้าลักษณะเป็นเงินได้ตามมาตรา 40 (2) ซึ่งจะต้องหักค่าใช้จ่ายรวมกันกับเงินได้ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40 (1) เป็นการเหมาในอัตราร้อยละ 40 รวมกันไม่เกิน 60,000 บาท การยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของโจทก์ไม่ถูกต้อง เจ้าพนักงานประเมินจึงประเมินเงินได้บุคคลธรรมดาเพิ่มจำนวน 32,400.55 บาท เงินเพิ่มคำนวณถึงวันที่ 1 ธันวาคม 2552จำนวน 4,374.07 บาท รวมเป็นเงิน 36,774 บาท

ศาลภาษีอากรกลางพิเคราะห์และพิพากษาว่า
“พิเคราะห์แล้วเห็นว่า เงินได้พึงประเมินตามมาตรา40 (6) แห่งประมวลรัษฎากร คือเงินได้จากวิชาชีพอิสระ คือวิชากฎหมาย การประกอบโรคศิลปะ วิศวกรรม สถาปัตยกรรม การบัญชี ประณีตศิลปกรรม หรือวิชาชีพอิสระอื่นซึ่งจะได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนดชนิดไว้ นั้น ต้องเป็นเงินได้ที่เกิดจากการใช้วิชาชีพในวิชากฎหมายหรือสาขาวิชาชีพอื่น ๆ ดังกล่าว ซึ่งผู้มีเงินได้เป็นผู้ให้บริการโดยใช้วิชาชีพเหล่านี้ต่อผู้รับบริการอันเป็นผลให้ได้รับเงินได้ และมีลักษณะเป็นการให้บริการโดยอิสระต่อผู้รับบริการโดยตรง ค่าตอบแทนอันเป็นเงินได้ที่ได้รับจะพิจารณาตามปริมาณ เนื้อหา หรือระยะเวลาของการให้บริการ หรือกำหนดค่าตอบแทนกันในลักษณะอื่นที่มิใช่ค่าตอบแทนเป็นการประจำตามสัญญาจ้าง สำหรับเงินได้จากการใช้วิชาชีพอิสระในวิชากฎหมายก็จะมีลักษณะเป็นการให้บริการให้คำปรึกษาทางกฎหมาย หรือว่าต่างแก้ต่างคดีในศาลอย่างทนายความ รวมทั้งการให้บริการทางกฎหมายในกรณีอื่น ๆ ซึ่งต้องเป็นการให้บริการอันเป็นอิสระต่อผู้รับบริการที่มิใช่เป็นการใช้วิชาชีพแก่บุคคลใดโดยได้รับมอบหมายจากบุคคลอื่นที่เป็นนายจ้างหรือผู้ว่าจ้าง เช่น การให้บริการให้คำปรึกษากฎหมายหรือว่าความในฐานะเป็นลูกจ้างหรือผู้รับจ้างแก่ผู้ที่ขอรับบริการจากนายจ้างหรือผู้ว่าจ้าง ย่อมถือว่าผู้ให้คำปรึกษากฎหมายหรือว่าความต้องกระทำในฐานะที่ได้รับมอบหมายจากนายจ้างหรือผู้ว่าจ้างโดยได้รับค่าตอบแทนในลักษณะประจำตามระยะเวลาที่กำหนด ค่าตอบแทนที่ได้รับในกรณีนี้จึงเป็นเงินได้จากการจ้างแรงงานหรือจากการรับทำงานให้ตามมาตรา 40 (1) หรือมาตรา 40 (2) แห่งประมวลรัษฎากร แล้วแต่กรณี  ….เมื่อพิเคราะห์แล้วเห็นว่าการให้คำปรึกษาของโจทก์ดังกล่าวได้รับค่าตอบแทนเป็นการเหมาและแบ่งจ่ายเป็นรายเดือนมิได้คำนวณตามปริมาณหรือเนื้อหาในแต่ละเรื่องที่ให้คำปรึกษา มิใช่ตอบแทนเป็นรายคดีที่ปรึกษา ความสัมพันธ์ในการจ้างและการให้คำปรึกษาของโจทก์จึงมีลักษณะเป็นการรับทำงานให้แก่บริษัทสำนักงานกฎหมายฟาร์อีสท์ เงินค่าตอบแทนที่ได้รับจึงเป็นเงินได้ตามมาตรา 40 (2) มิใช่เงินได้ตามมาตร 40 (6) แห่งประมวลรัษฎากร

ไฟล์แนบ คำพิพากษาศาลภาษีอากรกลาง คดีหมายเลขแดงที่ 140/2554 ตัดสินเมื่อวันที่ 30 กันยายน พุทธศักราช 2554

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 27, 2013, 02:18:59 PM โดย Team_nukbunchee »