กระดานข่าว: ภาษีทีละเรื่องTrump’s Tax cut : ข้อเสนอปฏิรูปภาษีครั้งใหญ่ของสหรัฐ
Profile photo of นที นที asked 2 years ago

Trump’s Tax cut : ข้อเสนอปฏิรูปภาษีครั้งใหญ่ของสหรัฐ

ดร.สุมาพร (ศรีสุนทร) มานะสันต์

 

อาจกล่าวได้ว่าข้อเสนอลดภาษีโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2560 ที่ผ่านมา เป็นการปรับลดและปรับเปลี่ยนโครงสร้างภาษีครั้งใหญ่ในรอบ 30 ปีของสหรัฐอเมริกา (สหรัฐฯ) นับตั้งแต่สมัยประธานาธิบดี โรนัลด์ เรแกน โดยข้อเสนอหนึ่งหน้ากระดาษของทรัมป์ประกอบไปด้วยสาระสาคัญ เช่น การปรับลดฐานและอัตราภาษีบุคคลธรรมดา การลดอัตราจัดเก็บของภาษีนิติบุคคล การปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดเก็บภาษีของกลุ่มธุรกิจประเภท Pass-through entities การยกเลิกระบบการชาระภาษีขั้นต่าแบบทางเลือก (Alternative-Minimum Tax) การยกเลิกภาษีกองมรดก และ การปรับเปลี่ยนโครงสร้างการจัดเก็บภาษีในรูปแบบใหม่เพื่อให้อานวยความสะดวกในการยื่นแบบชาระ โดยบทความฉบับนี้ จะขอสรุปเนื้อหาในแต่ละรายการตามข้อเสนอในการปรับลดภาษีของประธานาธิบดีทรัมป์ ดังนี้

  • รายการภาษีที่จะทาการปรับลดตามข้อเสนอของทรัมป์
  1. ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

ปัจจุบัน: ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของสหรัฐฯ ประกอบไปได้วยเจ็ดฐานอัตราภาษี (Tax bracket) อันได้แก่ 10%, 15%,25%,28%,33%,35% และ 39.6% และสามารถหักค่าใช้จ่ายแบบเหมา (Standard deduction)ได้ 6,350 USD สาหรับบุคคลธรรมดา และ 12,600 USD สาหรับคู่สมรส

ข้อเสนอของทรัมป์: ปรับลดฐานภาษี จากเจ็ดฐานลงเหลือเพียงสามฐาน อันได้แก่ 10% ,25% และ 35% อย่างไรก็ดี ยังไม่ได้มีการเปิดเผยในชั้นนี้ว่าช่วงเงินได้สุทธิในแต่ละขั้นจะเป็นจานวนเงินเท่าไร นอกจากนี้ในข้อเสนอยังได้ระบุถึงการให้หักค่าใช้จ่ายแบบเหมาได้เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเท่า (Doubling the standard deduction) กล่าวคือ คู่สมรสสามารถหักลดค่าใช้จ่ายได้ถึง 24,000 USD

  1. ภาษีเงินได้นิติบุคคล

ปัจจุบัน: ภาษีเงินได้นิติบุคคลของสหรัฐฯ จัดเก็บอยู่ที่อัตรา 15-35 %

ข้อเสนอของทรัมป์: ปรับลดอัตราภาษีนิติบุคคลสหรัฐฯ ให้เหลือแค่ 15%

  1. ธุรกิจประเภท Pass-Through Entities

ปัจจุบัน: ในระบบภาษีของสหรัฐฯ ได้มีการจาแนกองค์กรทางธุรกิจประเภท Pass-Through Entities ไว้ต่างหากจากนิติบุคคลประเภทบริษัท (C-Corporation) และมีรูปแบบการชาระภาษีที่แตกต่างกัน โดยองค์กรธุรกิจประเภท Pass-Through Entities หมายถึง ธุรกิจเจ้าของคนเดียว ห้างหุ้นส่วนประเภทต่าง ๆ เช่น ห้างหุ้นส่วนประเภทจากัดความรับผิด และห้างหุ้นส่วนประเภทที่นาหุ้นออกขาย(Master Limited Partnerships) เฮดจ์ฟันด์ (Hedge Fund) และ นิติบุคคลขนาดเล็กประเภท S-Corporation (มีผู้ถือหุ้นไม่เกิน 100 ราย และมีการออกหุ้นได้เพียงประเภทเดียวตาม หลัก One class of stock) โดยธุรกิจประเภท Pass-Through Entities จะไม่เสียภาษีในชั้นขององค์กร กล่าวคือ จะไม่มีการเสียภาษีเงินได้ให้กับรัฐบาลกลาง แต่ภาระภาษีจะตกอยู่กับผู้ถือหุ้นโดยผู้ถือหุ้นต้องนารายได้จากเงิน ปันผลมาคานวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเมื่อสิ้นปีภาษี (ในอัตรา 10-39.6%)

ข้อเสนอของทรัมป์: Pass-Through Entities จะเสียภาษีในอัตรา 15% ซึ่งเป็นรูปแบบเดียวกันกับบริษัทขนาดใหญ่ (C-Corporation) ที่จะได้รับการปรับลดภาษีให้เหลือ 15% ซึ่งในปัจจุบัน Pass-Through Entities ส่วนใหญ่มีรายได้ที่ต้องเสียภาษีอยู่ในฐานภาษีที่สูงที่สุดของภาษีบุคคลธรรมดา หรือ 39.6% ซึ่งข้อเสนอดังกล่าวจะช่วยให้ Pass-Through Entities มีภาระภาษีที่ลดลงอย่างมาก ยกตัวอย่างเช่น เจ้าของกิจการ Pass-Through Entities จะถูกคานวณภาษีเงินได้แบบแยกส่วน กล่าวคือ เงินได้ทั่วไปจะ ถูกคานวณภาษีในอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และเงินได้จาก Pass-Through Entities จะถูกกันส่วนออกมาเพื่อคานวณภาษีในอัตรา 15%

 

  • รายการภาษีที่จะทาการยกเลิกตามข้อเสนอของทรัมป์
  1. ยกเลิกการนาภาษีระดับท้องถิ่นมาหักลดภาษีเงินได้ (State and Local Tax)

ปัจจุบัน: กฎหมายอนุญาตให้นาค่าใช้จ่ายจากภาษีท้องถิ่นอันได้แก่ State and Local Tax และภาษีฐานทรัพย์สิน (Property Taxes) มาหักลดภาษีเงินได้ หรือที่ชาวอเมริการู้จักกันดีในนาม SALT deduction (State and Local Tax Deduction)

ข้อเสนอของทรัมป์: ยกเลิกระบบการนาค่าใช้จ่ายจากภาษีท้องถิ่นทั้ง State and Local Tax และภาษีฐานทรัพย์สิน (Property Taxes) มาหักลดภาษีเงินได้ เนื่องจากที่ผ่านมาการนาเงินค่าใช้จ่ายของภาษีท้องถิ่นมาหักลดภาษีเงินได้นั้น เป็นภาระทางด้านค่าใช้จ่ายของรัฐบาลกลาง (Federal tax expenditure) ซึ่งสาหรับปี 2017 รัฐบาลกลางต้องแบบรับภาระกว่า 96,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรัฐที่มีฐานรายได้สูงเช่น นิวยอร์ก และ แคลิฟอร์เนีย

  1. ยกเลิกระบบการชาระภาษีแบบทางเลือก (Alternative-Minimum Tax: AMT)

ปัจจุบัน: สหรัฐฯ ได้กาหนดระบบการคานวณภาษีเพื่อชาระภาษีแบบทางเลือกสาหรับบุคคลธรรมดา นิติบุคคล และทรัสต์ กล่าวคือ ระบบ AMT เป็นระบบคานวณภาษีที่ผู้เสียภาษีจะต้องคานวณควบคู่ไปกับระบบปกติ เพื่อตรวจสอบว่าภาษีที่คานวณแบบไหนมีอัตราที่สูงกว่ากัน แต่มีจุดแตกต่างที่สาคัญคือ การคิดภาษีภายใต้ระบบ AMT จะไม่สามารถหักค่าลดหย่อนต่างๆ ได้มากเท่ากับระบบปกติ ดังนั้น จึงเป็นภาษีระบบขนานที่ทาให้บุคคลในกลุ่มรายได้สูงจ่ายภาษีเพิ่มขึ้นเพราะไม่สามารถหักลดหย่อนได้มากนัก ซึ่งในทางปฏิบัติผู้เสียภาษีชาวอเมริกันที่เข้าหลักเกณฑ์ในการคานวณ AMT จะต้องยื่นแบบฟอร์มแสดง การคานวณภาษีทั้งในแบบปกติและในรูปแบบ AMT

ข้อเสนอของทรัมป์: ยกเลิกระบบการชาระภาษีแบบทางเลือก (Alternative-Minimum Tax) เพื่อลดความซับซ้อนของของการคานวณภาษี ดังนั้น การยื่นชาระภาษีตามข้อเสนอคือ ให้ผู้เสียภาษียื่นแบบเสียภาษีตามระบบปกติเพียงรายการเดียว

  1. ยกเลิกภาษีกองมรดก

ปัจจุบัน: ภาษีมรดกของสหรัฐฯ ปัจจุบันจัดเก็บจากกองมรดกที่มีมูลค่ามากกว่า 5.49 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในอัตราภาษีที่ 40%

ข้อเสนอของทรัมป์: ให้ยกเลิกการจัดเก็บภาษีมรดก เนื่องจากการจัดเก็บภาษีมรดกจะเป็นภาระต่อลูกหลานของเจ้ามรดก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผู้มีรายได้น้อย เช่น เจ้าของกิจการขนาดเล็ก และกลุ่มเกษตรกร แต่อาจได้รับทรัพย์มรดกที่มีมูลค่าสูง และในท้ายที่สุดก็ต้องขายกิจการเพื่อนาเงินมาชาระ ค่าภาษีมรดก ซึ่งถือว่าไม่เป็นธรรม

  1. ยกเลิกภาษี Net Investment Income Tax หรือภาษีที่เก็บเพิ่มจากรายได้ที่เกิดจากการลงทุน

ปัจจุบัน: มีการจัดเก็บภาษีจากเงินได้ประเภท Net Investment Income Tax หรือภาษีที่เก็บเพิ่มจากรายได้ที่เกิดจากการลงทุน1 (Surcharge on investment) เช่น กาไรจากการขายตราสารหุ้น กาไรจาก การขายที่อยู่อาศัย กาไรจากการขายหุ้นในกิจการ โดยกฎหมายที่กาหนดหลักในเรื่องการเก็บภาษีเพิ่มจากการลงทุนนี้มีผลในปี 2013 โดยให้มีอัตราจัดเก็บอยู่ที่ 3.8% เพิ่มจากอัตราภาษี Capital gain tax ที่จัดเก็บ อยู่ที่ 20% (เป็น 23.8%) แต่จะจัดเก็บส่วนเพิ่มเฉพาะกับบุคลลที่มีเงินได้สุทธิมากกว่า 200,000 ในกรณีของบุคคลโสด และ 250,000 กรณีของคู่สมรส2

ข้อเสนอของทรัมป์: ยกเลิกการจัดเก็บภาษีส่วนเกินในอัตรา 3.8% ซึ่งจะส่งผลให้อัตราภาษี Capital gain tax ลดจาก 23.8% เหลือ 20% สาหรับกลุ่มบุคคลที่มีเงินได้สุทธิเกินกว่าอัตราที่กาหนด ที่ได้กล่าวในข้างต้น

 

บทส่งท้าย

จากข้อเสนอของทรัมป์ เป็นที่น่าสังเกตว่า ภาษีที่ถูกเสนอให้ปรับลดในหลายรายการนั้น เท่ากับว่าสหรัฐฯ จะต้องสูญเสียเงินรายได้เป็นจานวนมากจากข้อเสนอครั้งนี้ โดยเป็นโจทย์ที่สาคัญของรัฐบาล ในการหาแหล่งรายได้อื่นมาชดเชยเงินภาษีที่สูญเสียไป เพื่อให้การบริหารรายได้สอดคล้องกับหลักการ Revenue Neutral อย่างไรก็ดี ในทางกลับกันกลุ่มผู้สนับสนุนข้อเสนอดังกล่าว มองว่าข้อเสนอในการลดภาษีครั้งใหญ่นี้ จะมีผลดีต่อผู้ประกอบการเพราะเป็นการลดต้นทุนภาษีในการดาเนินธุรกิจ และทาให้เกิด การจ้างงานมากขึ้น อันจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ในภาพรวม ดังนั้น ข้อเสนอในการปรับลดครั้งนี้ คงต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่าจะสามารถผ่านความเห็นชอบของสภาจนออกเป็นกฎหมายปฏิรูปภาษีครั้งใหญ่ของสหรัฐฯ ได้หรือไม่ …?

 

 

_____________________________

1 ตามมาตรา 1411 Internal Revenue Code

2 การเก็บเพิ่มนี้ เป็นนโยบายของประธานาธิบดี โอบาม่า ในเรื่อง Medicare Surtax ของนโยบาย ObamaCare

 

ที่มา: สศค. สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง

ลงชื่อเข้าใช้งานเพื่อแสดงความคิดเห็น คลิกที่นี่